#เหรียญพัดใหญ่ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร เนื้อทองแดง
เมื่อพระครูบาฯ อายุได้ 4 ขวบ แม่อุ้ยนางหลวงและคุณแม่แสงหล้าได้ย้ายจากบ้านด้ายไปอยู่บ้านทาดอนชัย ตำบลป่าสัก อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ และสมรสใหม่กับนายสม ชัยวงศ์คำ ครอบครัวของเด็กชายบุญชุ่ม ลำบากมาก บ้านก็ถูกรื้อขาย แล้วอพยพไปอยู่เชิงดอยม่อนเรียบ ทำกระต๊อบน้อยอยู่กัน 5 คน แม่ลูก ถึงแม้ชีวิตท่านจะลำบากเพียงใดก็ไม่เคยเป็นเด็กเกเร ลักเล็กขโมยน้อยเด็ดขาย แม่แสงหล้าจะสอนว่า “ห้ามลักขโมยของคนอื่นมาโดยเด็ดขาด” วันหน้าถ้ามีบุญก็จะสบายได้แล ชีวิตความเป็นอยู่ของพระครูบาเจ้าฯ ช่างน่าสังเวช ทุกข์ลำบากเหมือนกับว่า ในโลกนี้บ่มีใครเท่าเทียมได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกข์และสุขก็เป็นอนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ทนลำบากไม่ใช่ตัวตนของเราบังคับไม่ได้ พิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว พึงจะเบื่อหน่ายการเกิด การตาย ทุกข์ในวัฏฏะสงสารพึงสละละวางความยึดมั่น ถือมั่น พึงคลาย ความอาลัยในตัณหาตัวนำมาเกิด พึงละอวิชชา ความไม่รู้นำมาเกิดภพชาติ ชรามรณะทุกข์ เวียนว่าย ตายเกิด หาที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายบ่มิได้พึงสังเวชเบื่อหน่ายโลกาอามิสทั้งปวงพึง มีจิตยินดีในพระนิพพานเป็นอารมณ์ รีบขวนขวายหาทางดับทุกข์ ความเกิดแก่เจ็บตาย จงสร้างแต่กุศลบุญทาน รักษาศีลภาวนา อย่าขาด อย่าประมาทในชีวิตสังขารไม่ยั่งยืน ไม่รู้ว่าเราจะตายวันใด ที่ไหน เวลาใด ใครไม่สามารถกำหนดได้ ขอให้ทุกคน เราท่านทั้งหลายจงทำดีให้หนีวัฏฏะสงสารไม่ต้องกลับมาเกิดอีกเพราะการเกิด บ่อย ๆ เป็นทุกข์
จากนั้นเมื่อปี พ.ศ.2517 ได้เข้ามาเป็นเด็กวัด โดยมีพ่อลุงทาเอาไปฝากกับเจ้าอธิการสิน จิรธัมโม วัดบ้านด้าย ตอนท่านอายุได้ 11 ปี หลังจากเป็นเด็กวัดได้ 3 ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ท่านชอบสงบอยากบวชตั้งแต่อายุ 4-5 ปีแล้ว ในสมัยเป็นเด็กนักเรียนชอบนั่งสมาธิภาวนาไม่สุงสิงกับใคร เวลาว่างก็เดินจงกรมที่สนามหญ้าโรงเรียน จนเพื่อนฝูงว่าท่านเป็นบ้า ใครจะว่าอย่างไรไม่สนใจ ท่านถือว่าได้ปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้า
ใน พ.ศ.2519 ครูบาเจ้าบุญชุ่ม ได้บวชเรียนตามปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ถึงเวลาท่านก็กำหนดขอขมาลุงและป้าแทนพ่อแม่ แล้วจึงอาบน้ำและนุ่งผ้าขาวในคืนหนึ่ง พอใกล้รุ่งท่านนิมิตเห็นหลวงพ่อปู่องค์หนึ่งแก่ ๆ ผมหงอกสักไม้เท้าจากต้นโพธิ์ใหญ่ที่ในวัดเดินเข้ามาห่านแล้วสอนธรรม กัมมัฏฐานให้ภาวนาว่า พุทโธๆและบอกว่าให้หมั่นภาวนาในภายหน้าจะได้เป็นครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่งของ คนทั่วไปและมนุษย์โลกทั้งหลาย แล้วท่านครูบาเฒ่าก็เดินลับหายไป พอสว่างก็ได้ไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง อำเภอแม่จัน เจ้าคณะอำเภอเชียงแสนเป็นองค์พระอุปัชฌาย์ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2519.
ระหว่างบรรพชามีหลวงพ่อธุดงค์องค์หนึ่งอยู่อำเภอจุน จ.พะเยา ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้พระครูบาเจ้าฯ เมื่อท่านได้รับพระบรมสารีริกธาตุมาแล้ว ได้น้อมจิตพิจารณาว่า กระดูกของสัตว์โลกทั้งหลายนั้น นับตั้งแต่เวียนว่าย ตายเกิด ในวัฏฏสงสารนี้ หากนำมากองรวมกัน คงกองใหญ่เป็นภูเขาทีเดียว หากแยกกันก็กระจัดกระจายอย่างที่เห็น กระดูกแข้งไปทางหนึ่ง กระดูกเข่าไปอีกทางหนึ่ง กระดูกข้อเท้าไปทางอื่น กระดูกข้อนิ้วเท้าก็กระจัดกระจายไปทางอื่น กระดูกทุกส่วนแยกออกจากกันไปคนละที่คนละแห่ง แล้วก็ผุพังกลายเป็นดินเป็นจุลไป ท่านก็น้อมพิจารณาเข้ามาในกายแห่งตนว่า “เอวงฺธมฺโม เอวงฺอนตฺติโต”
จากนั้นท่านจึงไปจำศีลภาวนาแล้วสร้างพระธาตุขึ้น ชื่อว่าพระธาตุงำเมือง ดอยท้าววัง นั่งเรือไปๆมาๆอยู่ที่เมืองพงนี้เหมือนบ้านเกิด คิดว่าในอดีตชาติคงเคยสร้างบารมีในที่นี้ หลังจากได้สร้าง พระธาตุบ้านป่าข่า พระธาตุงำเมืองเสร็จแล้ว ท่านได้เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าไปเมืองยอง ไปกราบพระธาตุหลวงจอมยอง กลับมาป่วยเป็นไข้มาเลเรียเกือบตาย แล้วท่านได้มาเข้าพรรษาที่วัดทุ่งหลวง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีหลวงปู่ครูบาเจ้าธรรมชัยเป็นองค์รักษาไข้ คุณแม่ก็มาเยี่ยมเยียนตลอดโดยให้น้องชายบวชเณรอยู่ด้วย ในพรรษาที่ 5 ท่านได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดจอมแจ้ง บ้านกาดขี้เหล็ก ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณแม่ย่าคำแปง คุณธนิต นิ่มพันธ์ คุณตุ๊ คุณสมศักดิ์ คุณอุไร และเจ้าพ่อน้อยโสภณ ณ เชียงใหม่ และญาติโยมหลายๆคนเป็นผู้อุปัฏฐากดูแล
ในพรรษาโยมแม่ก็มาเยี่ยมถือศีลด้วยบางครั้งบางคราว ท่านไปสร้าง พระธาตุจอมศรีดับเภมุงเมือง ต.เมืองพง พม่า และมาสร้างวัดพระเจ้าล้านทอง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ คุณแม่ก็ตามไปเยี่ยมร่วมทำบุญทุกที่ พรรษานี้ท่านอยากมาจำพรรษาที่เมืองพง แม่ย่าคำแปงให้จับฉลาก 2-3 ครั้ง ก็จับได้ที่วัดจอมแจ้งที่เดิม ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดจอมแจ้งอีกในปีนี้ ท่านมีความสุขอิ่มเอมในพระธรรม
อยู่กุฏิวิเวกองค์เดียว ได้อารมณ์กัมมัฏฐานดีมาก เดินจงกรมก็สบาย มีสมาธิตั้งมั่น ทั้งนี้ในช่วงบรรพชาเป็นสามเณร ได้ไปจำพรรษาแสวงบุญที่อินเดีย เมียนมา เนปาล ป่าหิมพานต์ ผ่านการสร้างและบูรณะพระธาตุต่างๆ และชดใช้วิบากกรรมในอดีตชาติ จากนั้นจึงอุปสมบท ใน ปี พ.ศ.2529 และมีโอกาสไปจำพรรษาที่ประเทศภูฏาน โดยเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2548 สมเด็จพระราชินีภูฏานร่วมกับพระราชวงศ์ จัดงานอายุวัฒนะมงคลถวายพระครูบาเจ้าฯ เพื่อเป็นมุทิตาจิตสักการะต่อวัตรปฏิบัติที่งดงามของพระครูบาเจ้าฯตลอดมา..
พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย
. https://ponsrithong.com/
web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง
Web ( มุมพระ) : มุมพระ
https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507
web (99wat) : 99วัด
http://www.ponsrithong.99wat.com/
Facebook เพจพลศรีทอง พระเครื่อง บู เชียงราย
: https://www.facebook.com/ponsrithong/
IG :https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/
![]()





![เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ปี21 พิมพ์ขอบจุด เลี่ยมเงิน #องค์ที่ 12 เหรียญหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลังท้าวเวสสุวรรณ วัดท่าซุง ปี21 บล็อกขอบจุด สายฝน (หายาก) จมูงโด่ง สภาพสวย ผิวเดิมปรอท เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่พอจะจำแนกแยกเป็นบล็อคต่างๆ คร่าวๆได้ 7 พิมพ์ 4 บล็อก คือ 1) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ขอบจุด , ขอบจุดสายฝน [บล็อกแรก] 2) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์อินทนูลอย บล็อกเดียวกะเนื้อเงิน [บล็อก2] 3) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ถาวโรมีขีด ใบหน้าสวยที่สุด [บล็อก4] 4) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ใต้จมูกจุด [บล็อก3] 5) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หูแตก นิยม 6) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หูแตก ห้าแตก สังฆาฏิแตก [นิยมสุด] 7) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หน้ากระจก [หายากสุดๆ] เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พุทธาภิเษกที่ วัดพระมหาธาตุวรวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2521 ใต้รูปมีข้อความว่า ที่ระลึกวันค่ายศรีนครินทรา กก.ตชด.เขต ๘ ๒๕ ก.ย. ๒๕๒๑ สร้างจำนวนทั้งสิ้น 44,227เหรียญ พิธีนี้พระท่านทำคงกระพันชาตรีแรงมากที่สุดคือนำหน้า มีเมตตามหานิยมอยู่บ้างพอสมควร ออกให้บูชาเหรียญละ 30บาทในขณะนั้น เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญรุ่นพิเศษที่ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบปีเปิดค่ายเมื่อปี 2521 วัตถุประสงค์ก็เพื่อแจกตำรวจตระวณชายแดนผู้ปฏิบัติการเสี่ยงภัย และให้ประชาชนเช่าบูชาด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อเอารายได้ ถวายแก่วัดยากจนในภาคใต้ คณะผู้ดำเนินการสร้างได้รวบรวมแผ่นยันต์ และตะกรุดทั้งเก่าและใหม่จำนวนมากมาเป็นชนวนของเนื้อเหรียญ และจัดพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช อันแสนศักดิ์สิทธิ์ โดยมี “พล.ต.ต.ขุนพันธรักษราชเดช” มือปราบจอมหนังเหนียวเป็นเจ้าพิธี พระเครื่องรุ่นใดที่ท่านนี้มีส่วนร่วมในการสร้างด้วยส่วนใหญ่จะดังและศักดิ์สิทธิ์ตามพิธีของท่าน เพราะท่านเป็นคนรุ่นเก่า รู้เรื่องพิธีกรรมเยอะ นอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์ เข้าร่วมปลุกเสกหลายท่านด้วยกันครับ ดังนี้… 1. พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) 2.พระครูวรเวชย์วิสิฐ (หลวงปู่ครูบาธรรมชัย) พระอริยสงฆ์ แห่งวัดทุ่งหลวง จ.เชียงใหม่ สหธรรมมิก ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเรา 3.พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช อริยะสงฆ์แห่งแดนทักษิณ 4.พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ จ.นครศรีธรรมราช พระอาจารย์สายเขาอ้อ 5.พ่อท่านแก่น วัดทุ่งหล่อ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สร้างพระปิดตาอันลือชื่อแห่งภาคใต้ พระปิตาของท่านส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อตะกั่ว มีหลายพิมพ์ 6. พ่อท่านจ้อย วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้มีเมตตาสูงส่งยิ่งนัก ผู้ใดไปหาท่าน มักจะได้รับความเมตตาจากท่านอย่างมาก 7. พระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา จ.พัทลุง ท่านเป็นพระคณาจารย์ ศิษย์สายเขาอ้อ ครับ 8. พรอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา จ.พัทลุง วิปัสสนาจารย์สายเขาอ้อ ฯลฯ ในเอกสารนั้นบอกไว้ว่า หลวงพ่อท่านปรารภไว้ว่า “ใครที่บูชาเหรียญรุ่นนี้แล้วจะไม่มีตายโหง…” นอกจากนั้นยังมีปรากฎการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นในระหว่างการหล่อเหรียญรุ่นนี้เช่น แผ่นทองหลายแผ่นไม่ละลายที่นำมาหล่อไม่ยอมละลาย จนต้องจุดธูปบอกกล่าว จึงหลอมได้สำเร็จ คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้ง เทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฎิบัติตามปกติว่า อิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า “ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่มะอะอุนี้เถิด” เหรียญท้าวเวสสุวัณ มีหลายบล็อก บล็อคที่๑ พิมพ์ขอบจุด , ขอบจุดสายฝน [บล็อกแรก] บล็อคนี้ที่ขอบเหรียญด้านซ้ายใกล้เลข ๕ จะมีจุดอยู่นิดหนึ่ง บล็อคนี้แหละเป็นบล็อคแรก ตำหนิคงไม่ต้องบอกให้ละเอียดมากนัก จะตาลายกัน เอาดูแค่เป็นแนวทางให้โยงไปถึงบล็อคต่อ ๆ ไป ดีกว่า บล็อคนี้ด้านหน้าจะมีเส้นขนแมวบาง ๆ คล้ายสายฝน จากคำว่ามหาวีระ ทอดมายังศีระด้านขวาของหลวงพ่อ ตั้งแต่บล็อคแรกจมูกด้านขวาของหลวงพ่อ จะมีรอยอยู่ทุกเหรียญ ซึ่งจะน้อยลงไป เรื่อย ๆ ในบล็อคท้าย ๆ ตามลำดับ ที่นี้มาดูด้านหลังเหรียญกัน พื้นเหรียญด้านหลังจะมีตั้งแต่เรียบสวย พื้นผิวทรายเล็กน้อย และมากขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งคงเกิดจากความหนาแน่นของเนื้อเหล็กไม่มากพอ เลยทำให้เกิดรอยพรุนคล้ายผิวทราย ซึ่งบางคนก็ชอบนะ แต่มาก ๆ เข้าลามไปถึงตัวอักขระด้านซ้าย เลยต้องหยุดซ่อมบล็อคกันที [บล็อก2] พิมพ์อินทนูลอย บล็อกเดียวกะเนื้อเงิน ด้านหน้าองค์หลวงพ่อแทบจะคงสภาพเดิมไว้ ปาดพื้นเหรียญออกเล็กน้อย ทำให้เส้นขนแมวขวามือเหนือศรีษะหลวงพ่อ และจุดเล็ก ตรงขอบเหรียญด้านซ้ายหายไป ส่วนตัวหนังสือรอบ ๆ เหรียญ แต่งใหม่ทั้งหมด ทำให้ดูหนาขึ้นกว่าเดิม บล็อคนี้มีตำหนิที่เกิดขึ้นใหม่ ตรงคำว่า ถาวโร ใต้ ถ. จะเป็นลักษณะคล้ายเนื้อนูน และมีเนื้อเกินจุดเล็ก ๆ บริเวณขอบศรีษะหลวงพ่อค่อนไปทางซ้าย ซึ่งตำหนิ ๒ แห่งนี้ จะมีอยู่ไปจนถึงบล็อคสุดท้าย ส่วนด้านหลังเหรียญอย่างที่กล่าวมาแล้ว พื้นเหรียญเกิดเป็นผิวทราย จำนวนมาก ปาดพื้นเหรียญออกไป ส่วนองค์ท้าวเวสสุวัณ และอักขระยันต์ รอบ ๆ คงสภาพเดิมไว้ ไม่ได้ซ่อมแต่งใหม่ เลยทำให้ดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยดีนัก การปาดเฉพาะพื้นเหรียญ แต่ไม่ได้แต่งที่องค์ท้าวเวสสุวัณ ตามลงไปด้วย ทำให้มีรอยขาดตรง อินธนู ไม่ได้ต่อลงมาติดกับบ่า ทั้ง ๒ ข้าง จะเรียกว่า อินธนูลอยก็ว่าได้ อักขระข้างซ้ายค่อนมาทางข้างล่างของท้าวเวสสุวัณ ยังมีรอยพรุนอยู่เพราะไม่ได้ซ่อมแต่งเลย บล็อคนี้ความสวยงามดูจะน้อยกว่าบล็อคอื่น แต่เหรียญเนื้อเงินที่ว่ากันว่าสร้างเพียง ๒๐ เหรียญ ก็ปั้มออกมาจากบล็อคนี้ ถ้าใครมีอยู่ก็ลองเทียบดู บล็อคที่๓ พิมพ์ใต้จมูกจุด [บล็อก3] ด้านหน้าแต่งใหม่หมด ทั้งตัวหนังสือซึ่งมีขนาดเล็กสวยงามคล้ายบล็อคแรก องค์หลวงพ่อแต่งลึกลงไป ทำให้รอยตรงจมูกด้านขวาชิดลงไปเกือบถึงโคนจมูก มีตำหนิเพิ่มขึ้นมาใหม่อีก ๒ แห่ง ตรงใต้คำว่า ษี จะมีเส้นขนแมวบาง ๆ ทอดมายังศรีษะด้านซ้ายของหลวงพ่อ และใต้จมูกมีจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ด้านหลังเหรียญก็แต่งใหม่ทั้งหมด ทั้งองค์ท้าวเวสสุวัณและอักขระยันต์รอบ ๆ บล็อคนี้ ดูแล้วจะสวยงามเรียบร้อยที่สุด และมีอยู่จำนวนหนึ่งที่บล็อคเริ่มมีรอยแตกตรงหูเหรียญ ข้างเหรียญด้านขวา และด้านหลังของเหรียญ ซึ่งก็ดูมีเสน่ไปอีกแนบหนึ่ง เพราะเห็นเป็นตำหนิที่เด่นชัด แต่มาแตกหนักเข้าตรงระหว่างเลข ๕ กับ ก. บล็อคนี้เลยหยุดแค่นี้ [บล็อก4] พิมพ์ถาวโรมีขีด ใบหน้าสวยที่สุด บล็อคนี้คงเป็นบล็อคสุดท้ายแล้ว ที่องค์หลวงพ่อบล็อคนี้ดูจะแตกต่างจาก บล็อคอื่น ๆ เห็นได้ชัด ดูจากเม็ดตาทั้ง ๒ ข้าง ของหลวงพ่อจะเรียวเล็ก ไม่รีมนเหมือนบล็อคอื่น ๆ และขอบตาเหมือนจะไม่มีถุงใต้ตา เลยทำให้ดูขาดความนุ่มนวลไปบ้าง เส้นเกษาเป็นจุดเม็ดกลมเห็นได้ชัด ตัวหนังสือรอบเหรียญ แต่งได้ลึกดูเป็นเหลี่ยมเป็นแท่งดี ที่โดนเด่น คือ ด้านหลังเหรียญองค์ท้าวเวสสุวัณแต่งได้ลึกและคมชัดมาก ซึ่งด้านหลังเหรียญบล็อคนี้องค์ท้าวเวสสุวัณจะสวยชัดมากกว่าทุกพิมพ์ที่กล่าว “หลวงพ่อพระราชพรหมยาน” หรือ “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” วัดจันทาราม (ท่าซุง) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นพระอริยสงฆ์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านการบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ตามปูมประวัติหลังมรภาพสังขารของท่านมิได้เน่าเปื่อยและได้มีการเก็บรักษาไว้ที่วัดท่าซุงจนถึงปัจจุบันนี้ ได้มีการกล่าว กันว่า คนที่ต้องการเป็นศิษย์ของ “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” ไม่ต้องขออนุญาตแม้ว่าไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลยสักครั้งก็รับเป็นศิษย์ได้ เพียงแต่ขอให้ได้มีการปฏิบัติตน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ได้ศึกษาพระกรรมฐานจากครูอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก, พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค, พระครูรัตนภิรมย์ วัดบ้านแพน, พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า, หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ, หลวงพ่อเนียม วัดน้อย, หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดอัมพวัน (วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ พ.ศ.2481 เข้ามาจำพรรษาวัดช่างเหล็ก อ.ตลิ่งชัน จ.ธนบุรี เพื่อเรียนภาษาบาลี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ได้ย้ายมาอยู่วัดอนงคาราม หลังจากนั้นได้เป็นรองเจ้าคณะ 4 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค และย้ายไปอีกหลายวัดจน…พ.ศ.2511 จึงมาอยู่วัดท่าซุง บูรณะซ่อม สร้างและขยายวัดท่าซุง จากเดิมพื้นที่ 6 ไร่เศษ จนกระทั่งมีบริเวณพื้นที่ประมาณ 289 ไร่ พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระสุธรรมยานเถร” พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” “เมื่อเราคิดถึงท่าน ท่านก็จะมาอยู่ในใจเรา เมื่อใดที่เรามีทุกข์ร้อนใจ เพียงระลึกถึงคำสอนของท่าน ท่านก็จะมาอยู่ข้างเรา…..” พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ IG : https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/c26-300x180.jpg)


Reviews
There are no reviews yet.