นางกวักงาแกะ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ศิลป์หน้าเดียว กวักตรง จ.นครสวรรค์ พร้อมบัตรสมาคม
โอมปู่เจ้าเขาเขียวมีลูกสาวคนเดียว ชื่อว่าแม่นางกวัก หญิงเห็นหญิงรัก ชายเห็นชายรัก อยู่ทุกถ้วนหน้า
เอหิมามะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิมามะมะ
จะ ค้าขายก็ขอให้เป็นเศรษฐี หนึ่งปีให้เป็นพ่อค้าสำเภาทอง จะค้าเงินขอให้เงินเข้ามากอง จะค้าทองขอให้ไหลมาเทมาเต็มบ้านเต็มเรือน จะค้าขายสิ่งหนึ่งประการใด ขอให้ซื้อง่ายขายคล่อง ขอให้ซื้อง่ายขายดี ขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี
อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิมามะมะ นะมะอะอุ นะชาลีติ อิกะวิติ พุทธะสังมิ ทุสะมะนิ อิธะคะมะ จะพะกะสะ นาสังสิโม สุมะโมโล นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ นะเมตตา โมขายดี พุทธไม่ต่อ ธาซื้อดี ยะใจดี มิใจอ่อน รักพุทโธ ปฏิรูปัง สัมปะฏิจฉามิ เพี้ยง สิทธิโภคา สิทธิพะลา สิทธิจะมหาเดชา นะชาลีติ เอหิจงมา พุทธะสังมิ นิมามะมามา
มาช่วยกันค้า มาช่วยกันขาย กวักเอาเงินมา กวักเอาทองมา กวักเอาโชคลาภ แก้วแหวนเงินทองข้าวของ หน้าที่การงาน ผู้คน ชื่อเสียงเกียรติยศ ข้าทาสหญิงชายมา
มาด้วยนะโมพุทธายะ ปฏิรูปัง สัมปะฏิจฉามิ เพี้ยง พุทธังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ธัมมังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี สังฆังขอให้เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เตชะสุเนมะภูจะนาวิเวอิติ นะเยปะรังยุตเต
ขอจงนำเอาโชคลาภ แก้วแหวนเงินทองข้าวของ มาสู่ในสถานที่นี้ด้วย เทอญ
พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา
พุทธังคุ้ม ธัมมังคุ้ม สังฆังคุ้ม
เอหิพุทธานุภาเวนะ เอหิธัมมานุภาเวนะ เอหิสังฆานุภาเวนะ
อายุ วรรโณ สุขัง พลัง
พระครูนิสิตคุณากร (หลวงพ่อกัน) วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรีวัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์ ( ประวัติโดยย่อ )
หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ 2434 อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ 2454 โดยมี หลวงพ่อขำ วัดเขาแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกัน ท่านเป็นศิษย์เอก ยุคแรกๆของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดพุทธาคม ตลอดจนสรรพศาสตร์ต่างๆมาจนอย่างเข้มขลัง
หลวงพ่อกัน มรณภาพ เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ 2513 มีอายุ 79ปี ได้รับการ ฌาปณกิจ เมื่อเดือน มีนาคม 2515
(เกร็ดประวัติจากคำบอกเล่า)จากคำบอกเล่าของของคนเก่าๆ
(ลุงเอี่ยม) ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ยืนยันความเป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดของหลวงกัน เพราะเมื่อเวลาที่หลวงพ่อเดิม เดินทางไปเพื่อบูรณะ หรือสร้างศาสนสถาน ณ ที่ใด หลวงพ่อกัน เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว มักจะติดตามไปพร้อมกับหลวงพ่อช้อย เจ้าอาวาสวัดหัวงิ้ว ซึ่งท่านเป็นสหมิกธรรมกัน การเดินทางสมัยก่อนต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะ หลวงพ่อเดิมจะเดินทางด้วยการขี่ช้างไป ส่วนหลวงพ่อกัน จะเดินทางด้วยการขี่ม้าสีขาว หลวงพ่อช้อย จะเดินทางด้วยการขี่ม้าสีน้ำตาลแดง หลวงพ่อกัน และหลวงพ่อช้อย จะเดินทางไปสมทบกัน แล้วแต่เส้นทางที่ผ่าน เพื่อเดินทางติดตามรับใช้หลวงพ่อเดิม ในฐานะศิษย์ที่ใกล้ชิด
ท่านเป็นเกจิร่วมสมัยกับหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค คนพื้นที่ พยุหคีรี ทราบถึงความสักศิทธิ์ของท่านเป็นอย่างดี
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
ท่านเด่นในด้านเมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด
วัดเขาแก้ว ที่ได้ชื่อว่า เขาแก้ว เพราะสภาพหินของเขามีลักษณะเป็นเหลี่ยมหกเหลี่ยม เป็นแก้วใส บางก้อนก็มีสาหร่าย มีสีต่าง ๆ เช่น สีเขียว สีแดง สีผักตบ เป็นรูปต่าง ๆ บางชนิดก็มีเข็ม เป็นเข็ม
ทอง เข็มเงิน อยู่ภายในก้อนแก้วนั้น ชาวบ้านได้ขุดหินแก้วนี้มาฝนหรือเจียระไน ทำเป็นหัวแหวนและเครื่องประดับตามลักษณะของหินแก้วนี้เอง จึงได้ชื่อว่า เขาแก้ว และมีตำนานของพยุหะคีรี ดังนี้ ลูกชายเจ้าสิงห์แต่งงานกับลูกสาวเมืองสระเศรษฐี ได้จัดแก้วแหวนเงินทองนำไปให้ฝ่ายเจ้าสาวที่เขาแก้ว ตำบลพยุหะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เรียกกันว่า เขาแก้ว ตลอดมา ที่เขาแก้วนี้มีถ้ำอยู่เชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งวัด มีปากถ้ำเป็นปล่องยาวประมาณ ๕๐๐ เมตร ไปโผล่ที่ท่า
จันทร์ปากคลองบางไทร ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตรงสะพานทางข้ามไปที่ว่าการอำเภอพยุหะคีรี ภายในถ้ำกว้างใหญ่ มีทรัพย์สมบัติและมีโคแก้วตัวใหญ่หน้าแด่นตัวหนึ่ง ดวงตาของโคแก้วส่องแสงประกายสว่างภายในถ้ำนั้น สมัยนั้นหลวงพ่อคูหาเป็นเจ้าอาวาส ท่านมักจะลงจากปากถ้ำไปสรงน้ำที่ท่าจันทร์เสมอ
วันหนึ่งสามเณรที่อยู่ปฏิบัติท่าน ได้สังเกตเห็นหลวงพ่อคูหาเดินทางไปในป่านั้น เมื่อท่านเดินกลับมา จะเห็นท่านมีผ้าอาบเปียกน้ำพาดบ่ากลับมา สามเณรนึกแปลกใจ สงสัยหลวงพ่อไปสรงน้ำที่ไหน แถบนี้มีแต่ป่าทั้งนั้น จึงได้สะกดรอยตามไปหลวงพ่อคูหาสรงน้ำเสร็จแล้วกลับมาพบสามเณรได้ตามไปและรู้แห่งทางเข้าถ้ำ ท่านจึงเกณฑ์ชาวบ้านช่วยกัน เอาหินเอาดินปิดปากถ้ำตั้งแต่นั้นมา เนินดินที่ถมปากถ้ำยังปรากฎเป็นสันเทินสูง ขนาดเท่าจอมปลวกใหญ่มาจนทุกวันนี้ โคแก้ว ต่อมาเพี้ยนเป็น เขาแก้ว
วัดเขาแก้วตั้งมาประมาณ 700 กว่าปี หรือประมาณปี พ.ศ.1800 ในสมัยสุโขทัย ภายในมีรูปหล่อหลวงพ่อเทศ หลวงพ่อกัน และหลวงพ่อเดิม ซึ่งเป็นที่นับถือบูชาของผู้คนในชุมชน และประชาชนทั่วไป นอกจากนี้วัดเขาแก้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระพทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ในมณฑปบนเขาแก้ว ซึ่งทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีงานเทศกาลปิดทองพระพุทธบาทจำลอง
พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย
. https://ponsrithong.com/
web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง
Web ( มุมพระ) : มุมพระ
https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507
web (99wat) : 99วัด
http://www.ponsrithong.99wat.com/
Facebook เพจพลศรีทอง พระเครื่อง บู เชียงราย
: https://www.facebook.com/ponsrithong/
IG :https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/
![]()





![เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ปี21 พิมพ์ขอบจุด เลี่ยมเงิน #องค์ที่ 12 เหรียญหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลังท้าวเวสสุวรรณ วัดท่าซุง ปี21 บล็อกขอบจุด สายฝน (หายาก) จมูงโด่ง สภาพสวย ผิวเดิมปรอท เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่พอจะจำแนกแยกเป็นบล็อคต่างๆ คร่าวๆได้ 7 พิมพ์ 4 บล็อก คือ 1) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ขอบจุด , ขอบจุดสายฝน [บล็อกแรก] 2) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์อินทนูลอย บล็อกเดียวกะเนื้อเงิน [บล็อก2] 3) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ถาวโรมีขีด ใบหน้าสวยที่สุด [บล็อก4] 4) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์ใต้จมูกจุด [บล็อก3] 5) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หูแตก นิยม 6) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หูแตก ห้าแตก สังฆาฏิแตก [นิยมสุด] 7) เหรียญท้าวเวสสุวัณ พิมพ์หน้ากระจก [หายากสุดๆ] เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พุทธาภิเษกที่ วัดพระมหาธาตุวรวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2521 ใต้รูปมีข้อความว่า ที่ระลึกวันค่ายศรีนครินทรา กก.ตชด.เขต ๘ ๒๕ ก.ย. ๒๕๒๑ สร้างจำนวนทั้งสิ้น 44,227เหรียญ พิธีนี้พระท่านทำคงกระพันชาตรีแรงมากที่สุดคือนำหน้า มีเมตตามหานิยมอยู่บ้างพอสมควร ออกให้บูชาเหรียญละ 30บาทในขณะนั้น เหรียญท้าวเวสสุวัณ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญรุ่นพิเศษที่ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบปีเปิดค่ายเมื่อปี 2521 วัตถุประสงค์ก็เพื่อแจกตำรวจตระวณชายแดนผู้ปฏิบัติการเสี่ยงภัย และให้ประชาชนเช่าบูชาด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อเอารายได้ ถวายแก่วัดยากจนในภาคใต้ คณะผู้ดำเนินการสร้างได้รวบรวมแผ่นยันต์ และตะกรุดทั้งเก่าและใหม่จำนวนมากมาเป็นชนวนของเนื้อเหรียญ และจัดพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช อันแสนศักดิ์สิทธิ์ โดยมี “พล.ต.ต.ขุนพันธรักษราชเดช” มือปราบจอมหนังเหนียวเป็นเจ้าพิธี พระเครื่องรุ่นใดที่ท่านนี้มีส่วนร่วมในการสร้างด้วยส่วนใหญ่จะดังและศักดิ์สิทธิ์ตามพิธีของท่าน เพราะท่านเป็นคนรุ่นเก่า รู้เรื่องพิธีกรรมเยอะ นอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์ เข้าร่วมปลุกเสกหลายท่านด้วยกันครับ ดังนี้… 1. พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) 2.พระครูวรเวชย์วิสิฐ (หลวงปู่ครูบาธรรมชัย) พระอริยสงฆ์ แห่งวัดทุ่งหลวง จ.เชียงใหม่ สหธรรมมิก ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเรา 3.พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช อริยะสงฆ์แห่งแดนทักษิณ 4.พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ จ.นครศรีธรรมราช พระอาจารย์สายเขาอ้อ 5.พ่อท่านแก่น วัดทุ่งหล่อ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สร้างพระปิดตาอันลือชื่อแห่งภาคใต้ พระปิตาของท่านส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อตะกั่ว มีหลายพิมพ์ 6. พ่อท่านจ้อย วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้มีเมตตาสูงส่งยิ่งนัก ผู้ใดไปหาท่าน มักจะได้รับความเมตตาจากท่านอย่างมาก 7. พระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา จ.พัทลุง ท่านเป็นพระคณาจารย์ ศิษย์สายเขาอ้อ ครับ 8. พรอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา จ.พัทลุง วิปัสสนาจารย์สายเขาอ้อ ฯลฯ ในเอกสารนั้นบอกไว้ว่า หลวงพ่อท่านปรารภไว้ว่า “ใครที่บูชาเหรียญรุ่นนี้แล้วจะไม่มีตายโหง…” นอกจากนั้นยังมีปรากฎการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นในระหว่างการหล่อเหรียญรุ่นนี้เช่น แผ่นทองหลายแผ่นไม่ละลายที่นำมาหล่อไม่ยอมละลาย จนต้องจุดธูปบอกกล่าว จึงหลอมได้สำเร็จ คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้ง เทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฎิบัติตามปกติว่า อิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามความประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วยคาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า “ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่มะอะอุนี้เถิด” เหรียญท้าวเวสสุวัณ มีหลายบล็อก บล็อคที่๑ พิมพ์ขอบจุด , ขอบจุดสายฝน [บล็อกแรก] บล็อคนี้ที่ขอบเหรียญด้านซ้ายใกล้เลข ๕ จะมีจุดอยู่นิดหนึ่ง บล็อคนี้แหละเป็นบล็อคแรก ตำหนิคงไม่ต้องบอกให้ละเอียดมากนัก จะตาลายกัน เอาดูแค่เป็นแนวทางให้โยงไปถึงบล็อคต่อ ๆ ไป ดีกว่า บล็อคนี้ด้านหน้าจะมีเส้นขนแมวบาง ๆ คล้ายสายฝน จากคำว่ามหาวีระ ทอดมายังศีระด้านขวาของหลวงพ่อ ตั้งแต่บล็อคแรกจมูกด้านขวาของหลวงพ่อ จะมีรอยอยู่ทุกเหรียญ ซึ่งจะน้อยลงไป เรื่อย ๆ ในบล็อคท้าย ๆ ตามลำดับ ที่นี้มาดูด้านหลังเหรียญกัน พื้นเหรียญด้านหลังจะมีตั้งแต่เรียบสวย พื้นผิวทรายเล็กน้อย และมากขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งคงเกิดจากความหนาแน่นของเนื้อเหล็กไม่มากพอ เลยทำให้เกิดรอยพรุนคล้ายผิวทราย ซึ่งบางคนก็ชอบนะ แต่มาก ๆ เข้าลามไปถึงตัวอักขระด้านซ้าย เลยต้องหยุดซ่อมบล็อคกันที [บล็อก2] พิมพ์อินทนูลอย บล็อกเดียวกะเนื้อเงิน ด้านหน้าองค์หลวงพ่อแทบจะคงสภาพเดิมไว้ ปาดพื้นเหรียญออกเล็กน้อย ทำให้เส้นขนแมวขวามือเหนือศรีษะหลวงพ่อ และจุดเล็ก ตรงขอบเหรียญด้านซ้ายหายไป ส่วนตัวหนังสือรอบ ๆ เหรียญ แต่งใหม่ทั้งหมด ทำให้ดูหนาขึ้นกว่าเดิม บล็อคนี้มีตำหนิที่เกิดขึ้นใหม่ ตรงคำว่า ถาวโร ใต้ ถ. จะเป็นลักษณะคล้ายเนื้อนูน และมีเนื้อเกินจุดเล็ก ๆ บริเวณขอบศรีษะหลวงพ่อค่อนไปทางซ้าย ซึ่งตำหนิ ๒ แห่งนี้ จะมีอยู่ไปจนถึงบล็อคสุดท้าย ส่วนด้านหลังเหรียญอย่างที่กล่าวมาแล้ว พื้นเหรียญเกิดเป็นผิวทราย จำนวนมาก ปาดพื้นเหรียญออกไป ส่วนองค์ท้าวเวสสุวัณ และอักขระยันต์ รอบ ๆ คงสภาพเดิมไว้ ไม่ได้ซ่อมแต่งใหม่ เลยทำให้ดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยดีนัก การปาดเฉพาะพื้นเหรียญ แต่ไม่ได้แต่งที่องค์ท้าวเวสสุวัณ ตามลงไปด้วย ทำให้มีรอยขาดตรง อินธนู ไม่ได้ต่อลงมาติดกับบ่า ทั้ง ๒ ข้าง จะเรียกว่า อินธนูลอยก็ว่าได้ อักขระข้างซ้ายค่อนมาทางข้างล่างของท้าวเวสสุวัณ ยังมีรอยพรุนอยู่เพราะไม่ได้ซ่อมแต่งเลย บล็อคนี้ความสวยงามดูจะน้อยกว่าบล็อคอื่น แต่เหรียญเนื้อเงินที่ว่ากันว่าสร้างเพียง ๒๐ เหรียญ ก็ปั้มออกมาจากบล็อคนี้ ถ้าใครมีอยู่ก็ลองเทียบดู บล็อคที่๓ พิมพ์ใต้จมูกจุด [บล็อก3] ด้านหน้าแต่งใหม่หมด ทั้งตัวหนังสือซึ่งมีขนาดเล็กสวยงามคล้ายบล็อคแรก องค์หลวงพ่อแต่งลึกลงไป ทำให้รอยตรงจมูกด้านขวาชิดลงไปเกือบถึงโคนจมูก มีตำหนิเพิ่มขึ้นมาใหม่อีก ๒ แห่ง ตรงใต้คำว่า ษี จะมีเส้นขนแมวบาง ๆ ทอดมายังศรีษะด้านซ้ายของหลวงพ่อ และใต้จมูกมีจุดไข่ปลาเล็ก ๆ ด้านหลังเหรียญก็แต่งใหม่ทั้งหมด ทั้งองค์ท้าวเวสสุวัณและอักขระยันต์รอบ ๆ บล็อคนี้ ดูแล้วจะสวยงามเรียบร้อยที่สุด และมีอยู่จำนวนหนึ่งที่บล็อคเริ่มมีรอยแตกตรงหูเหรียญ ข้างเหรียญด้านขวา และด้านหลังของเหรียญ ซึ่งก็ดูมีเสน่ไปอีกแนบหนึ่ง เพราะเห็นเป็นตำหนิที่เด่นชัด แต่มาแตกหนักเข้าตรงระหว่างเลข ๕ กับ ก. บล็อคนี้เลยหยุดแค่นี้ [บล็อก4] พิมพ์ถาวโรมีขีด ใบหน้าสวยที่สุด บล็อคนี้คงเป็นบล็อคสุดท้ายแล้ว ที่องค์หลวงพ่อบล็อคนี้ดูจะแตกต่างจาก บล็อคอื่น ๆ เห็นได้ชัด ดูจากเม็ดตาทั้ง ๒ ข้าง ของหลวงพ่อจะเรียวเล็ก ไม่รีมนเหมือนบล็อคอื่น ๆ และขอบตาเหมือนจะไม่มีถุงใต้ตา เลยทำให้ดูขาดความนุ่มนวลไปบ้าง เส้นเกษาเป็นจุดเม็ดกลมเห็นได้ชัด ตัวหนังสือรอบเหรียญ แต่งได้ลึกดูเป็นเหลี่ยมเป็นแท่งดี ที่โดนเด่น คือ ด้านหลังเหรียญองค์ท้าวเวสสุวัณแต่งได้ลึกและคมชัดมาก ซึ่งด้านหลังเหรียญบล็อคนี้องค์ท้าวเวสสุวัณจะสวยชัดมากกว่าทุกพิมพ์ที่กล่าว “หลวงพ่อพระราชพรหมยาน” หรือ “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” วัดจันทาราม (ท่าซุง) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นพระอริยสงฆ์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านการบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ตามปูมประวัติหลังมรภาพสังขารของท่านมิได้เน่าเปื่อยและได้มีการเก็บรักษาไว้ที่วัดท่าซุงจนถึงปัจจุบันนี้ ได้มีการกล่าว กันว่า คนที่ต้องการเป็นศิษย์ของ “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” ไม่ต้องขออนุญาตแม้ว่าไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลยสักครั้งก็รับเป็นศิษย์ได้ เพียงแต่ขอให้ได้มีการปฏิบัติตน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ได้ศึกษาพระกรรมฐานจากครูอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก, พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค, พระครูรัตนภิรมย์ วัดบ้านแพน, พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า, หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ, หลวงพ่อเนียม วัดน้อย, หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดอัมพวัน (วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ พ.ศ.2481 เข้ามาจำพรรษาวัดช่างเหล็ก อ.ตลิ่งชัน จ.ธนบุรี เพื่อเรียนภาษาบาลี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ได้ย้ายมาอยู่วัดอนงคาราม หลังจากนั้นได้เป็นรองเจ้าคณะ 4 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค และย้ายไปอีกหลายวัดจน…พ.ศ.2511 จึงมาอยู่วัดท่าซุง บูรณะซ่อม สร้างและขยายวัดท่าซุง จากเดิมพื้นที่ 6 ไร่เศษ จนกระทั่งมีบริเวณพื้นที่ประมาณ 289 ไร่ พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระสุธรรมยานเถร” พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี” “เมื่อเราคิดถึงท่าน ท่านก็จะมาอยู่ในใจเรา เมื่อใดที่เรามีทุกข์ร้อนใจ เพียงระลึกถึงคำสอนของท่าน ท่านก็จะมาอยู่ข้างเรา…..” พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ IG : https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/c26-300x300.jpg)



Reviews
There are no reviews yet.