พระกริ่งตัดรุ้งขาด เนื้อนวะโลหะ ปี 2540
หลวงพ่อสังข์ วัดดอนตรอ หมายเลข 147 (1 ใน 499 องค์)
รายละเอียดพระเครื่อง
พระกริ่ง “ตัดรุ้งขาด” เนื้อนวะโลหะ หลวงพ่อสังข์ วัดดอนตรอ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ถือเป็นพระกริ่งขนาดใหญ่รุ่นแรกของท่าน และเป็นวัตถุมงคลสำคัญที่ได้รับสมญานามว่า “ตัดรุ้งขาด”
-
หมายเลข: 147
-
จำนวนสร้าง: 499 องค์
-
เนื้อ: นวะโลหะ
-
ใต้ฐาน: อุดกริ่ง ตอกโค้ด และจารหมายเลข
-
พิธี: พุทธาภิเษกใหญ่ตามตำรับสายใต้
ความหมายและพุทธลักษณะ
พระกริ่งรุ่นนี้สร้างตามคติของ “พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า” หรือพระพุทธเจ้าแห่งการรักษา
ลักษณะองค์พระ:
-
พระหัตถ์ขวา ปางมารวิชัย
-
พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา
-
บนฝ่าพระหัตถ์มีหม้อยา (สื่อถึงการรักษาโรคภัย)
จึงเชื่อกันว่าเป็นพระที่เด่นด้าน:
-
การรักษาโรคภัย
-
เสริมสุขภาพ
-
ปัดเป่าสิ่งไม่ดี
พุทธคุณและความเชื่อ
พระกริ่ง “ตัดรุ้งขาด” มีความเชื่อในด้านพุทธคุณสูง โดยเฉพาะ
-
แคล้วคลาด ปลอดภัย
-
ป้องกันภัยอันตราย
-
เสริมดวงชะตา
-
เมตตามหานิยม
-
หนุนดวงชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง
เชื่อมโยงกับ “มหาปณิธาน 12 ประการ” ของพระไภษัชยคุรุ ซึ่งเป็นพลังแห่งการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์
ประวัติหลวงพ่อสังข์ วัดดอนตรอ
หลวงพ่อสังข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนตรอ เป็นพระเกจิชื่อดังแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองนคร”
ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก และมีชื่อเสียงด้านพิธีกรรมเข้มขลัง ทั้งการปลุกเสกวัตถุมงคล การอาบน้ำมนต์ และการสะเดาะเคราะห์
ในอดีตมีการนิมนต์ท่านเข้าร่วมพิธีสำคัญมากมาย รวมถึงพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ และพิธีมงคลระดับประเทศ
-
หมายเลขมงคล 147
-
สร้างน้อยเพียง 499 องค์
-
เนื้อนวะโลหะ หายาก
-
ใต้ฐานอุดกริ่ง ตอกโค้ด จารครบ
-
สภาพสวยเดิม
ความนิยมและการสะสม
พระกริ่งรุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่สายตรง “หวงแหน” อย่างมาก เนื่องจาก
-
เป็นรุ่นแรก
-
จำนวนสร้างน้อย
-
พิธีใหญ่
-
ประสบการณ์สูง
เหมาะสำหรับทั้งผู้ศรัทธาและนักสะสมสายใต้
![]()






![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)


Reviews
There are no reviews yet.