พระกริ่ง สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ครบรอบ 72 ปี วัดเบญจมบพิตร ปี35 รุ่น 6 รอบ
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดเบญจมบพิตรฯ ครบรอบ 72ปี (กริ่ง พ.ส.ส.)
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวัณณโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง ด้วยมีวัตรปฏิบัติอันน่ายกย่องและศรัทธายิ่งบำเพ็ญประโยชน์ในฐานะพุทธบุตร ช่วยเหลือญาติสายโลหิต และช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนโดยเฉพาะชาวเหนือและ ชาวเขาไม่มีที่สิ้นสุด
ชาติภูมิ เกิดในสกุลเขื่อนเพ็ชร เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย.2463 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก ที่บ้านนางแล ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย
ศึกษาจบประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนประชาบาลวัดนางแล
บรรพชาเมื่อวันที่ 15 ก.ค.2477 ที่วัด นางแล โดยมีพระครูสุตาลังการ วัดกลางเวียง เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบทเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2483 ณ วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตติโสภโณ) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า สุวัณณโชโต
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค ณ สำนักเรียนวัดเบญจมบพิตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์
นอกจากดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรแล้ว ยังดำรงตำแหน่งทางการปกครองบริหารและสังคมอีกหลายตำแหน่ง อาทิ เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม ตั้งแต่เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง ต่อจากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโร) วัดสามพระยา
ในทางสังคมท่านเป็นประธานมูลนิธิแผ่นดินธรรม ซึ่งผลิตรายการทางศาสนาออกอากาศแพร่ภาพทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก ทำหน้าที่ช่วยเหลือชาวเขาทั้งในด้านการศึกษา การศาสนา การอาชีพ การสุขภาพอนามัย และการสาธารณูปโภค
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2489 พระครูฐานานุกรมในพระพรหมมุนี (ปลด กิตติโสภโณ) ที่ พระครูปลัดสุวัฒนพรหมจริยคุณ พ.ศ.2490 เป็นพระครูฐานานุกรมในสมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภโณ) ที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์
พ.ศ.2493 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระกิตติวงศ์มุนี พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพกิตติมุนี พ.ศ.2505 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกิตติโสภณ
พ.ศ.2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นรองสมเด็จ พระราชาคณะที่ พระพุทธิวงศมุนี
พ.ศ.2532 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
โดยเฉพาะงานพระธรรมจาริกนั้น ท่านทุ่มเทอย่างสุดกำลัง ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 จนกระทั่งสิ้นอายุขัย
ส่งพระธรรมจาริกเข้าไปบุกเบิก ทั้งสอน แนะนำ เป็นครู คลุกคลีทำงานร่วมกับชาวเขาจนก่อเกิดศรัทธาอันมั่นคงในพุทธศาสนา ทำชาวเขาให้เป็นชาวเรา แก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยให้ประเทศชาติได้ ทั้งยังเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติได้ด้วย
นอกจากนี้ยังเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร เป็นประธานอนุกรรมการวัฒนธรรมทางจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการตามโครงการพระราชดำริจัดสร้างโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน และผู้อำนวยการศูนย์พุทธศาสนานานาชาติ
ในส่วนที่เกี่ยวกับพระมหาเถระระดับสูงนั้น ท่านได้รับความเมตตาและไว้วางใจในหลายกรณี จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวัฑฒโน) และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโร) ในชีวิตของท่านทุ่มเทให้กับงานสังคมสงเคราะห์ตลอด ไม่ถือตัว เป็นกันเองกับทุกคนแม้แต่คนงานวัดซึ่งมีฐานะยากจน ท่านให้ความเมตตาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
เสียสละ พระผู้ให้แก่สังคมอย่างหาที่สุดมิได้ จวบจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
มรณภาพอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2537 เวลา 11.40 น.
สิริอายุ 74 ปี พรรษา 54
“เมื่อเราคิดถึงท่าน ท่านก็จะมาอยู่ในใจเรา เมื่อใดที่เรามีทุกข์ร้อนใจ เพียงระลึกถึงคำสอนของท่าน ท่านก็จะมาอยู่ข้างเรา…..”
พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย
web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง
http://www.ponsrithong.99wat.com/
Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507
Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/
IG : https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/
พระล้านนา : http://www.pralanna.com/shop.php?shopuserid=2831
![]()






![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)



Reviews
There are no reviews yet.