ชุดพระกริ่ง藥師佛 พระกริ่งนเรศวรองค์ดำ ชุดกรรมการใหญ่ เนื้อเงิน เลข47
อนุสรณ์ 100 ปี พิษณุโลกพิทยาคม (โรงเรียนชาย) พิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก ปี 2542 พร้อมกล่องเดิม
ชุดกรรมการใหญ่ *** เนื้อเงิน *** จำนวนสร้าง 599 ชุด
พิธีเดียวกับพระกริ่งคู่ชีวิตอาจารย์ถนอม
อ.ถนอม ศรหุนะเจ้าพิธี
ศิษย์สายอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร
#พระกริ่งนเรศวรพระองค์ดำ
พิธีจักรพรรดิ์ครั้งที่3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ฉลอง100ปี โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก ด้านล่างพระกริ่งสลักด้วยหัวใจคาถาพาหุง”พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ” ซึ่งเป็นพระคาถาที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้บริกรรมก่อนการออกรบทุกครั้ง
ชนวนมวลสารสร้างตามตำหรับเดิมของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งอาจารย์ ถนอม ศรหุนะ (ตุ๊กแก) ศิษย์พุทธาคมของอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร (ปรมาจารย์ไสยเวทย์ชื่อดังของเมืองไทยผู้เป็นเจ้าพิธีจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษกปี 2515) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกทรงจารแผ่นทองคำ แผ่นเงิน แผ่นทองแดง และทรงมีพระเมตตาคำนวณเวลาพระฤกษ์ก่อนทรงจารแผ่นทอง เงิน ทองแดงเป็นเวลานาน19นาทีเพื่อเป็นสิริมงคล อีกทั้งสมเด็จพระราชาคณะเช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ สมเด็จพระมหาธีราจารย์วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหามังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ทรงเมตตาจารอักขระแผ่นทอง เงิน ทองแดงด้วย
ชนวนศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วยชนวนจากการหล่อสร้างกริ่งนเรศวรรุ่นเก่าๆ เช่น ชนวนพระกริ่งปี2507
ชนวนกริ่งพระนเรศวร วังจันทน์ปี2515
ชนวนกริ่งนเรศวรเผด็จศึก ปี2522
ชนวนกริ่งนเรศวร400ปี ปี2533
ตะกรุดของพระเกจิอาจารย์ดังในอดีตกว่า60ดอก
ชนวนมวลสารได้ทำพิธีขอพระบรมราชานุญาตในการจัดสร้าง
และพิธีพุทธาภิเษกชนวนมวลสาร เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2542 (ซึ่งตรงกับวันขึ้นครองราชย์ในอดีต) ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก มีพระเกจิอาจารย์9รูปนั่งปรกอธิษฐานจิต เมื่อเสร็จพิธีแล้วได้มอบชนวนมวลสารทั้งหมดให้พระครูอุทัยธรรมกิจ (ตี๋) วัดหลวงราชาวาส และพระมหาโพธิ์ ญาณสังวโร วัดคลองมอญ ได้อธิษฐานจิตปลุกเสกตลอดไตรมาส พ.ศ.2541 เป็นเวลา 7 เสาร์ 7 อังคาร อีกทั้งถ่านที่ใช้ในการสุมเตาเพื่อหลอมแผ่นชนวนมวลสารก็ใช้ถ่านทีทำจากไม้ราชพฤกษ์ ดินรองก้นเบ้าเข้าหุ่นใช้ดินจากในพิธีเททองพระกริ่งนเรศวรวังจันทน์ ซึ่งประกอบด้วยดินกลางเมืองอันเป็นมงคล5แห่ง
คือเมืองพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
เมืองชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
เมืองชัยนาทจังหวัดชัยนาท
เมืองหริภุญชัย จังหวัดลำพูน
และเมืองท่าชัย จังหวัดสุโขทัย
รายนามสุดยอดพระคณาจารย์ทีร่วมในพิธีปลุกเสกพิธีมหาจักรพรรดิมหาพุทธาภิเษก ณ วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตน มหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งแต่เวลา 8.39 น. ของวันจันทร์ที่3 พฤษภาคม 2542 (ตรงกับวันประกาสอิสระภาพที่เมืองแครงในอดีต) จนถึง เวลา 9.00น.ของวันอังคาร โดยสลับผลัดเปลี่ยนรวม4ชุด นับรวมได้ร้อยกว่ารูป เช่น….
/หลวงพ่อเกตุ วัดเกาะหลัก
/หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย
/หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
/พ่อท่านฉิ้น วัดเมือง
/หลวงพ่อหงส์ วัดเพชรบุรี
/ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี
/หลวงพ่อคล้อย วัดภูเขาทอง
/หลวงพ่อกลั่น วัดเขาอ้อ
/หลวงพ่อพรหม วัดบ้านสวน
/ครูบาผัด วัดศรีดอนมูล
/หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง
/หลวงพ่อรวยวั ดตะโก
/พ่อท่านทอง วัดสำเภาเชย
/หลวงพ่อตี๋ วัดหลวงราชาวาส
/หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม
/หลวงพ่อสาครวัดหนองกรับ
/หลวงพ่อสมควรวัดถือน้ำ
/หลวงพ่อเก๋ วัดปากน้ำ
/หลวงพ่อลำไย วัดทุ่งลาดหญ้า
/หลวงพ่อพูนทรัพย์ วัดอ่างศิลา
/หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม
/หลวงพ่อแย้ม วัดตะเคียน
/หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว
/หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก
/หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว
/หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน
/หลวงพ่อเกษม วัดม่วง
/หลวงพ่อวิชัย วัดถ้ำผาจม
/หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน
/หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม
/หลวงพ่อธงชัยวั ดไตรมิตร
/หลวงพ่อรอด วัดสันติกาวาส
/หลวงพ่อถวิล วัดช้างให้
/หลวงปู่เหรียญ สำนักสงฆ์สวนจิตลดา เป็นต้น
พิธีกรรม จัดสร้างตามหลักโบราณจารย์
1. พิธีบวงสรวงขอพระบรมราชานุญาตและพุทธาภิเษกแผ่นยันต์วันที่ 29 กรกฎาคม 2541 (คล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ พ.ศ.2133) ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ และพระภาวนา 9 รูป นั่งบริกรรมปลุกเสก เกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติขึ้นประจวบเหมาะพิธี เป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก
2. พิธีพุทธาภิเษก–ชนวนมวลสาร–แผ่นยันต์–เททองวัตถุมงคลวันที่ 3 พฤศจิกายน 2541 (วันเพ็ญเดือน 12) ครั้งแรกของเมืองพิษณุโลก สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นผู้แทนองค์สมเด็จพระญาณสังวร พระสังฆราชฯ เป็นองค์ประธานในพิธี มีหลวงพ่ออุตตมะ หลวงพ่อเปิ่น หลวงปู่คำพันธ์ พร้อมเกจิอาจารย์ชื่อดัง 21 รูป นั่งปรกตลอดพิธี
3. พิธีจักรพรรดิ์มหาพุทธาภิเษก ครั้งที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ (ครั้งที่ 1 สมัยรัชกาลที่ 1 ครั้งที่ 2 ปี 2515) ณ วิหารพระพุทธชินราช วันที่ 3 พฤษภาคม 2542 (คล้ายวันทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง พ.ศ.2127) พระเถราจารย์ 109 รูป สวดพระคาถาจักรพรรดิราชเหนือมลฑลพิธีที่เดินด้วยสายสิญจน์เป็นตารางยันต์มหาจักรพรรดิ์ตราธิราช ก่อนพิธี 1 วัน พระเกจิชื่อดังทั่วประเทศ 109 รูป นั่งบริกรรมปลุกเสกตลอดคืน
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระราชสมภพในวันพฤหัสบดี ปีเถาะ พ.ศ.2098 ณ พระราชวังจันทรเกษม (บริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมในปัจจุบัน) ชื่อเสียงในการรบของพระองค์ขจรขจายไปทั่วโลก ชาวมาลายูเรียกท่านว่า “ราจาอาปี” แปลว่าราชาแห่งไฟ ชาวจีนเรียกว่า “หัวเจ้าซุง” ชาวตะวันตกเรียก “แบล็กพริ๊นซ์” เป็นต้น
พระองค์เป็นพระราชโอรสใน พระมหาธรรมราชา เจ้าเมืองพิษณุโลก ทรงถูกไปเป็นองค์ประกันที่กรุงหงสาวดีตั้งแต่อายุ9ขวบ และหนีออกจากกรุงหงสาวดีตั้งแต่อายุ15ปี ขณะที่อยู่ที่พม่าพระองค์ได้เรียนสรรพวิชาจากมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งสันนิษฐานว่าท่านอาจจะเป็นสมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วนั่นเอง พระองค์ทรงเป็นผู้ประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ปี2127 และขึ้นครองราชในปี 2133 ในปี2135 พม่าได้ยกทัพใหญ่เข้าตีไทยพร้อมกันหลายทาง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชพร้อมพระเอกาทศรถได้ยกทัพเข้าต้านก่อนทัพพม่าจะเข้าถึงกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงช้างชื่อพลายภุเขาทอง(ต่อมาทรงสถาปนาเป็น เจ้าพระยาไชยยานุภาพ) ท้ากระทำยุทธหัตถีเอาชนะพระมหาอุปราชา ขณะที่ตกอยู่ในวงล้อมทหารพม่าได้ ทำให้ทัพพม่าแตกพ่าย และไม่กล้ายกทัพมารุกรานไทยอีกเลยอีกร้อยกว่าปี กล่าวได้ว่าตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบมากกว่าอยู่ในพระราชวังเสียอีก
กริ่งนเรศวรพระองค์ดำจัดได้ว่าเป็นพระเครื่องที่เป็นสุดยอดทั้งด้านชนวนมวลสาร พิธีกรรม ศิลปะ ความหมายของการจัดสร้างรวมทั้งสุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมในพิธีมหาพุทธาภิเษก การจัดสร้างเพื่อเทิดพระเกียรติองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้กอบกู้เอกราชของชาติ และในวาระเฉลิมพระขนม์พรรษาครบ6รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกหนึ่งสุดยอดวัตถุมงคลแห่งสยามประเทศ
พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย
. https://ponsrithong.com/
web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง
Web ( มุมพระ) : มุมพระ
https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507
web (99wat) : 99วัด
http://www.ponsrithong.99wat.com/
Facebook เพจพลศรีทอง พระเครื่อง บู เชียงราย
: https://www.facebook.com/ponsrithong/
IG :https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/
泰國佛陀護身符僧侶吊墜生命財富& 幸運泰國護身符 強力生命保護護身符: 居家與廚房
![]()






![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)



Reviews
There are no reviews yet.