พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ คชวัตร รุ่น 2 วัดบวรนิเวศวิหาร ปี2556 (100พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช )
ในปี พ.ศ.2556 อันเป็นมหามงคลวโรกาสที่พระองค์ท่านทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา นี้ ทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชได้รับประทานอนุญาตให้อัญเชิญชนวนพระกริ่งคชวัตรรุ่นแรก และชนวนพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหารรุ่นต่างๆ เช่น
ชนวนพระกริ่งปวเรศ
ชนวนพระกริ่งบัวรอบ
ชนวนพระกริ่งบวรรังษี ชนวนพระกริ่งไพรีพินาศ ชนวนพระกริ่ง 7 รอบ ชนวนพระบูชา ภปร.
ชนวนพระบูชาพระชินสีห์ ชนวนพระบูชาพระศาสดา
ชนวนครอบน้ำพระพุทธมนต์รุ่นต่างๆ เป็นต้น
และชนวนแผ่นโลหะจารของพระเกจิจากทั่วประเทศที่ทรงรวบรวมไว้ 108 องค์ มาผสมในการจัดสร้าง “พระกริ่งคชวัตร รุ่น 2” ฉลองพระชนมายุ 100 พรรษา โดยในการสร้างใช้สูตรผสมเต็มสูตรตามแบบการสร้างพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหารที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ภายในองค์พระกริ่งทุกองค์ได้บรรจุเส้นพระเกศาและผงมวลสารที่พระองค์ประทานผสมทุกรายการ พร้อมกันนี้ พระองค์ท่านประทานอนุญาตให้อัญเชิญรูปตราสัญลักษณ์พระนามย่อ ‘ญสส.’ มาประดิษฐานที่ ‘พระกริ่งคชวัตร’ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
“พระกริ่งคชวัตร” เป็นพระกริ่งที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ประทานอนุญาตให้จำลองจากพระพุทธรูปศิลปะเนปาล ที่พุทธศาสนิกชนชาวเนปาลถวาย เมื่อครั้งเสด็จประเทศเนปาล เพื่อทรงบรรพชาชาวศากยบุตร เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวมีความเก่าแก่นับร้อยปี มีความงามเป็นเลิศ และได้ประทานอนุญาตให้อัญเชิญนามสกุลในพระองค์ท่านคือ ‘คชวัตร’ ถวายเป็นนามพระกริ่งเพื่อเป็นเกียรติแก่นามสกุลในพระองค์ท่านสืบไป นับว่าทรงให้ความสำคัญกับพระกริ่งคชวัตรมาก นั่นเป็นการสร้างพระกริ่งคชวัตรรุ่นแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖ ในมหามงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา
ในมหามงคลวโรกาสที่พระองค์ท่านทรงเจริญพระชนมายุ ๑๐๐ พรรษา สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชได้รับประทานอนุญาตให้อัญเชิญชนวนพระกริ่งคชวัตรรุ่นแรก และชนวนพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหารรุ่นต่างๆ เช่น ชนวนพระกริ่งปวเรศ ชนวนพระกริ่งบัวรอบ ชนวนพระกริ่งบวรรังษี ชนวนพระกริ่งไพรีพินาศ ชนวนพระกริ่ง ๗ รอบ ชนวนพระบูชา ภปร. ชนวนพระบูชาพระชินสีห์ ชนวนพระบูชาพระศาสดา ชนวนครอบน้ำพระพุทธมนต์รุ่นต่างๆ เป็นต้น
การสร้างพระกริ่งคชวัตร รุ่น ๒ ใช้สูตรผสมเต็มสูตรตามแบบการสร้างพระกริ่งของวัดบวรนิเวศวิหารที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ภายในองค์พระกริ่งทุกองค์ได้บรรจุเส้นพระเกศาและผงมวลสารที่พระองค์ประทานผสมทุกรายการ พร้อมกันนี้ พระองค์ท่านประทานอนุญาตให้อัญเชิญรูปตราสัญลักษณ์พระนามย่อ ‘ญสส.’ มาประดิษฐานที่ ‘พระกริ่งคชวัตร’ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ทั้งนี้ จะพิธีพุทธาภิเษก วันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เวลา ๑๕.๑๙ น.
พระกริ่งคชวัตร รุ่น ๒ ประกอบด้วย ๑.พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำ หนักประมาณ ๕๕.๖ กรัม สร้าง ๑๐๑ ชุด ๒.พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ เนื้อนวโลหะสร้าง๑,๙๙๙ ชุด ๓.พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ เนื้อทองเหลือง สร้าง ๓,๙๙๙ ชุด ๔.พระกริ่ง เนื้อทองคำ หนักประมาณ ๕๐ กรัม สร้าง ๓๙๙ องค์ ๕.พระกริ่ง เนื้อนวโลหะ สร้าง ๑,๙๙๙ องค์ ๖.พระกริ่ง เนื้อทองเหลือง สร้าง ๓,๙๙๙ องค์ ๗.พระชัยวัฒน์ เนื้อทองคำ หนักประมาณ ๕.๖ กรัม สร้าง ๓๓ องค์
๘.พระชัยวัฒน์ เนื้อนวโลหะสร้าง ๑,๙๙๙ องค์ ๙.พระชัยวัฒน์ เนื้อทองเหลือง สร้าง ๓,๙๙๙ องค์ ๑๐.ครอบน้ำพระพุทธมนต์ เนื้อสัตตโลหะ สร้าง ๑๙๙ ใบ ๑๑.ครอบน้ำพระพุทธมนต์ เนื้อทองเหลือง สร้าง ๑,๙๙๙ ใบ ๑๒.พระบูชาพิมพ์พระกริ่งคชวัตร เนื้อสัตตโลหะ หน้าตัก ๕ นิ้ว ๑๐๑ องค์ ๑๓.พระบูชาพิมพ์พระกริ่งคชวัตร เนื้อทองเหลือง หน้าตัก ๕ นิ้ว สร้าง ๓๙๙ องค์ และ ๑๔.พระพุทธพิมพ์สมเด็จพิมพ์ใหญ่ แบบโบราณ สร้าง ๘๔,๐๐๐ องค์
รายได้จากการรับบริจาคบูชา นำไปดำเนินการดังนี้ ๑.เพื่อทูลเกล้าถวายเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงใช้บำเพ็ญพระกุศล ตามพระอัธยาศัย ๒.เพื่อสร้างพระประธานประจำอุโบสถวัดในพระอุปถัมภ์ จำนวน ๑๐ วัด ๓.เพื่อสร้างมหาวิหารพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน วัดเวฬุวัน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ
“เมื่อเราคิดถึงท่าน ท่านก็จะมาอยู่ในใจเรา เมื่อใดที่เรามีทุกข์ร้อนใจ เพียงระลึกถึงคำสอนของท่าน ท่านก็จะมาอยู่ข้างเรา…..”
พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย
. https://ponsrithong.com/
web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง
Web ( มุมพระ) : มุมพระ
https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507
web (99wat) : 99วัด
http://www.ponsrithong.99wat.com/
web palana : พระล้านนา.คอม
http://www.pralanna.com/ponsrithong
Facebook เพจพลศรีทอง พระเครื่อง บู เชียงราย
: https://www.facebook.com/ponsrithong/
IG :https://www.instagram.com/bu_chiangrai.amulet/
![]()






![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)




Reviews
There are no reviews yet.