[สุดยอดพระกริ่งยอดนิยม / พระอริยสงฆ์แห่งสังขละบุรี / เนื้อนวโลหะสร้างน้อย ๒,๕๒๑ องค์]
พระกริ่งหลวงพ่ออุตตมะ รุ่นแรก เนื้อนวโลหะ ปี พ.ศ.2521
พุทธคุณ & อานุภาพเลื่องลือ
-
มหาอำนาจ & แคล้วคลาดปลอดภัย: คุ้มครองป้องกันภัยอันตราย สิ่งอัปมงคล และศาสตราวุธทั้งปวง
-
เมตตามหานิยม & โชคลาภ: เสริมโชคลาภ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ผู้คนเคารพยำเกรง เมตตาเอ็นดู
-
ขจัดอุปสรรค & ความเจริญรุ่งเรือง: อธิษฐานสิ่งใดสำเร็จสมปรารถนา ปราศจากศัตรูหมู่มาร
สำหรับประวัติของหลวงพ่ออุตตมะนั้นหลวงพ่อเกิดเมื่อที่เมืองมุกกะเหนี่ยง ในสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า ได้บรรพชาเป็นสามเณรและศึกษาทางพุทธศาสนาที่วัดมุกกะเหนียงจนจบหลักสูตร และได้เดินทางไปศึกษาต่อยังเมืองร่างกุ้ง สอบได้เปรียญธรรมชั้นเอก (ป.ธ.7) และเป็นเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวกการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ส่วนประวัติโดยย่อนั้น เมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ หลวงพ่ออุตตมะ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุศึกษาในสำนักศาสนศึกษาในเมืองย่างกุ้ง สอบได้ชั้นสูงสุดซึ่งเรียกว่าชั้น “ปาร์คู” แต่ยังไม่ทันประกาศผลก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องอพยพหนีสงคราม ในระหว่างสงคราม พระอาจารย์จันทิมาซึ่งเป็นอุปัชฌาย์ของท่าน และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฤตยาคมเป็นที่เลื่องลือได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ท่านจนจบสิ้น เมื่อสงครามโลกยุติ ท่านก็ได้เดินธุดงค์ไปมาระหว่างประเทศไทยกับเมืองเย ผ่านเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งแสนจะทุรกันดาร จนถูกกองโจรขบวนการกู้ชาติจับ แต่ท่านก็สามารถใช้วิชาความรู้รอดชีวิตมาได้
หลวงพ่ออุตตมะ คุ้นเคยกับภูมิประเทศไทยเพราะเคยจำพรรษาอยู่ตามวัดต่างๆ ในท้องที่อำเภอ โพธาราม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และสมุทรปราการ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ท่านได้ลงมือสร้างวัดขึ้นที่ฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อย ชื่อวัด “วังก์วิเวการาม” เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งของชาวไทยและชาวมอญในถิ่นทุรกันดาร จนเป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยชาวมอญในประเทศและจากนอกประเทศ เข้ามาร่วมทำบุญมีงานรื่นเริงเป็นประจำทุกปี
ต่อมามีการสร้างเขื่อนเขาแหลมบริเวณวัดน้ำจะท่วมทั้งหมด จึงได้ย้ายวัดขึ้นไปอยู่บนเขาโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นผู้จัดสร้าง ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างเกือบจะเสร็จสิ้นแล้วเหลืออยู่แต่เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาที่บริเณวัดที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงามงดงามแห่งหนึ่ง ปัจจุบันนี้ท่านหลวงพ่อได้รับนิมนต์จากประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพื่อไปประกอบพิธีพุทธาภิเษกทั้งในงานวัดและงานมงคลต่างๆ อยู่เสมอ มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามากทั้งชาวไทย และชาวมอญรวมทั้งพม่า
หลวงพ่ออุตตมะเป็นชื่อหรือฉายาในพระบวรพระพุทธศาสนาของท่าน คือ อุตตมะ หรืออุตตโม เราทั้งหลายจึงมักนิยมเรียกนามท่านตามฉายาสงฆ์ดังที่กล่าวมานี้
หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ชอบเดินธุดงค์อยู่ป่าดงมากกว่าอยู่วัดวาอาวาส ท่านถือแนวทางการประพฤติปฏิบัติพระกรรมฐานเยี่ยงพระอริยเจ้าทั้งหลายที่เคยได้กระทำมาแล้ว พร้อมกับเป็นขวัญใจของชาวไทย และชาวรามัญองค์หนึ่งในยุคนี้
หลวงพ่ออุตตมะ
วัดวังก์วิเวการาม
เมื่อวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2549 เวลา 07.22 น. เป็นวันแห่งการสูญเสียพระเกจิ อาจารย์แห่งภูมิภาคตะวันตกที่พุทธศาสนิกชนรู้จักในนามของหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พระอริยสงฆ์ที่คนไทย มอญ กะเหรี่ยง พม่า เคารพนับถือในปฏิปทา วัตรปฏิบัติ คำสอนที่เปี่ยมล้นด้วยแนวคิดอันเป็นคุณ ประโยชน์ในการสร้างสรรค์สังคม การดำรงชีวิตอย่างสันติสุข
เอกลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งของท่าน ก็คือสร้อยประคำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ด้วยฤทธิ์อำนาจมหาอาคมที่ท่านอธิษฐานจิต ปลุกเสกไว้ หลายทศวรรษที่ประคำ ศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่ออุตตมะได้รับความเชื่อถือจากศิษยานุศิษย์ ด้วยประสบการณ์หลากหลายมากมายที่สุด แม้ว่าหลวงพ่อจะบอกว่าท่านเน้นหนักเรื่องเป็นเมตตามหานิยมและโชคลาภ ประคำ กายสิทธิ์ดังกล่าวสร้างจากตำรับไสยเวทวิทยาคมของรามัญโบราณอย่างแท้จริง
หลวงพ่ออุตตมะได้รับการนิมนต์ให้ไป นั่งปรกปลุกเกวัตถุมงคลอยู่เสมอทั้งพิธีหลวงและตามวัดวาอารามทั่วประเทศ ท่านเคยสร้างอภินิหารอธิษฐานจิตปลุก เสกวัตถุมงคลจนเกิดเปลวไฟลุกขึ้นจากกล่องที่บรรจุวัตถุมงคล เหตุการณ์ในลักษณะ ดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอในระหว่างพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล
นามเดิม ว่า “เอหม่อง” เป็นชาวมอญเกิดในพม่า ท่านเกิด เมื่อพ. ศ. 2453 ที่บ้านโมกกะเนียง ต.เกลาสะ อ.เย จ.มะละแห ม่ง อายุ 9 ขวบบิดามารดาได้นำไปเป็นศิษย์วัดโมกกะเนียง ศึกษาธรรมะหัดอ่านเขียน เรียนหนังสือภาษามอญและพม่า อายุ 18 ปีบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเกลาสะศึกษาเล่า เรียนพระปริยัติธรรมสอบได้นักธรรมชั้นโท หลังจากนั้นจึงลาสิกขาบทมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ต่อมาได้บรรพชาอุปสมบทที่ วัดเกลาสะ พ. ศ.2476 โดยมีพระ เกตุมาลา วัดเกลาสะ เป็นพระ อุปัชฌาย์พระนันทสาโร วัดโมกกะ เนียง เป็นพระกรรมวาจา จารย์ พระวิสารทะ วัดเจ้าคะเลเป็นพระอนุสาวนา จารย์ สอบได้นักธรรมชั้นเอก และ สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค ขณะ นั้นอยู่ในช่วงภัยสงคราม เกิดความระส่ำระสายไปทั่วประเทศพม่า ท่านจึงย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเจ้าคะ เล ผจญกับภยันตรายรอบทิศ ต่อมา จึงออกธุดงค์ศึกษาไสยเวทย์วิทยาคมตำรับรามัญ คัมภีร์โบราณพม่าและปฏิบัติ กัมมัฏฐานโดยฝากตัวเป็นศิษย์ครูบาอาจารย์หลายสำนักและธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร หลายแห่งด้วยกัน ได้มีโอกาสพบพระ อริยสงฆ์ชาวไทยระหว่างที่กำลังธุดงค์หลายรูป จึงสนทนาธรรมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์กันอย่างถูกอัธยาศัย หลวงพ่ออุตตมะเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกทาง จ.เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2486 โดยเดินธุดงค์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสวนดอก ก่อนจะออกธุดงค์ไปที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงราย น่าน กาญจนบุรี ราชบุรี ด้วยความเบื่อหน่ายเหตุการณ์บ้านเมืองในประเทศพม่า ขณะนั้น หลวงพ่ออุตตมะ จึงตัดสินใจมุ่งสู่ประเทศไทยอีกครั้งทางหมู่บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.สังข ละ โดยขณะที่หลวงพ่อจำพรรษาอยู่ที่วัด เกาะ มีคนมาแจ้งข่าวว่าที่กิ่งอำเภอสังขละมีชาวมอญจากบ้านเดิมของหลวงพ่ออพยพ เข้าเมืองไทย และต้องการนิมนต์หลวงพ่อไปเยี่ยม
เมื่อหลวง พ่ออุตตมะเดินทางกลับไปยัง อ.ทองผาภูมิ เข้าไป อ.สังขละบุรีพบกับคนมอญทั้งหมด ที่มาจากโมกกะเนียง เจ้าคะเล และมะละแหม่ง บ้านเกิดของท่าน หลวงพ่อจึงพาชาวมอญ เหล่านี้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านวังกะล่าง นับเป็นจุดกำเนิดแรกเริ่มของชุมชนชาวมอญใน สังขละบุรี ในปี พ.ศ.2499 หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านที่เป็น ชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้พร้อมใจกันสร้างศาลาวัด ขึ้น พ.ศ.2505 ได้รับอนุญาต จากกรมการศาสนาให้ชื่อว่า “วัดวังก์วิเวการาม” สมณศักดิ์ของหลวงพ่ออุตตมะ พ.ศ.2512 ได้รับพระราช ทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูอุดมสิทธาจารย์ พ.ศ. 2524 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะ ที่พระอุดมสังวรเถร และ พ. ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชอุดมมงคลพหลนราทร
การละสังขารของหลวงพ่ออุตตมะนับเป็นความโศก เศร้าเสียใจของบรรดาศิษย์ทั้งชาวไทย จีน กะเหรี่ยง มอญ พม่า บุญญาบารมีของหลวง พ่อได้ปกป้องคุ้มครองร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินของศิษยานุศิษย์มาตลอด สร้างความสุขสงบร่มเย็นให้สังคมมาหลาย ทศวรรษ หลวงพ่อจากพวกเราไปแล้ว เหลือแต่คุณงามความดีให้บรรดาพุทธศาสนิกชนได้ ระลึกนึกถึงตลอดไป
สะสมอย่างโปร่งใส ไว้ใจ “พลศรีทองพระเครื่อง”
โดย บู เชียงราย (อดิพงษ์ คำเมือง) ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี บริหารงานด้วยมาตรฐาน Virtual Bank ความปลอดภัยระดับสถาบันการเงิน:
-
🏆 รับประกันพระแท้ตลอดชีพ 100%: ออกใบรับประกันออนไลน์เฉพาะองค์ด้วย รหัส PST สามารถสแกนตรวจสอบอัตลักษณ์ “เนื้อนวโลหะปี ๒๕๒๑ โค้ดตอก และกระแสโลหะสายวัดบวรฯ” ได้ตลอดเวลา เก๊คืนเงินเต็มจำนวนทันที ไม่มีเงื่อนไข
-
🔨 ระบบเสนอราคาหน้าเว็บ: ถูกใจพระกริ่งหลวงพ่ออุตตมะ รุ่นแรก เนื้อนวโลหะ ปี ๒๕๒๑ องค์นี้ สามารถเข้าไปเสนอราคาที่ท่านพึงพอใจได้โดยตรงที่หน้าเว็บไซต์ [ponsrithong.com] พิจารณาจบไว โปร่งใสที่สุด
-
💰 บริการดูแลสภาพคล่อง: รับเช่า-ให้เช่า, บริการรับฝากขาย และบริการขายฝากพระเครื่องดิจิทัล (ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.5% ต่อเดือน) รวมทั้งบริการ Personal Shopper จัดหาวัตถุมงคลหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม ทุกรุ่นตามต้องการ
[ช่องทางการติดต่อ / ปิดด่วน / เสนอราคา]
พระกริ่งหลวงพ่ออุตตมะ รุ่นแรก เนื้อนวโลหะ ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ องค์นี้ สภาพสวยเดิมมากๆ ผิวนวะกลับดำนุ่มตา โค้ดตอกชัดเจน จำนวนสร้างน้อยชัดเจนเพียง ๒,๕๒๑ องค์ ทรงคุณค่าทั้งพุทธคุณและประวัติการสร้าง สนใจติดต่อเสนอราคาเข้ามาได้เลยครับ!
-
🌐 เว็บไซต์หลัก: [www.ponsrithong.com]
-
✅ LINE Official: @fsd8020u (มี @ นำหน้า)
-
📞 โทร: 063-969-5995
-
📘 Facebook: Adiphong Khammueang
#พระกริ่งหลวงพ่ออุตตมะ #หลวงพ่ออุตตมะ #วัดวังก์วิเวการาม #พระกริ่งรุ่นแรก #เนื้อนวโลหะ #พระกริ่งปี2521 #พระเครื่องกาญจนบุรี #รับเช่าพระเครื่อง #พลศรีทองพระเครื่อง #บูเชียงราย
![]()





![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)



Reviews
There are no reviews yet.