พระกริ่ง รุ่นมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ปี 2534
ประวัติการจัดสร้าง
-
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2534
-
สถานที่: จัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ
-
วัตถุประสงค์: จัดสร้างโดยมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ (รัชกาลที่ 8)
จุดเด่นของรุ่นนี้
-
ตำรับวัดสุทัศน์แท้: ควบคุมการผลิตโดย อาจารย์หนู (นิรันดร์ แดงวิจิตร) ผู้เป็นศิษย์เอกและผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การสร้างพระกริ่งตามตำราของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ)
-
พิธีกรรมครบถ้วน: มีการอาราธนาศีลและควบคุมขั้นตอนตามสูตรโบราณอย่างเคร่งครัด ทั้งเนื้อชนวนและการเททอง
-
พุทธคุณ: เด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และคุ้มครองป้องกันภัย ตามแบบฉบับพระกริ่งวัดสุทัศน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์
ประวัติ อาจารย์นิรันดร์ แดงวิจิตร
นายนิรันดร์ แดงวิจิตร เดิมชื่อ “หนู” เกิดเมื่อวันเสาร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีจอ ตรงกับวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ณ ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก บิดาชื่อ นายตุ่น มารดาชื่อ นางเผื่อน ประกอบอาชีพทำนา
เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ หลวงลุงจ้อย ซึ่งเป็นพี่ชายของบิดา ได้รับไปอุปการะเลี้ยงดู พร้อมส่งเสียให้ได้รับการศึกษา จนสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
ต่อมา เมื่ออายุได้ ๑๐ ปี นายนิรันดร์ได้เข้ามาเป็นลูกศิษย์ที่วัดสุทัศน์ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๓ โดยการอุปถัมภ์ของพระเนื่องผู้เป็นอา และพระครูปลัดสุวัฒนพรหมจริยคุณ (ผึ่ง) ผู้เป็นลุง ณ คณะ ๑๑ วัดสุทัศน์
ภายหลังได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีพระครูปลัดผึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดสะพาน อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓ จากนั้นจึงกลับมาจำพรรษาที่วัดสุทัศน์ตามเดิม
ในช่วงที่ดำรงสมณเพศ พระภิกษุหนู หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “พระครูหนู” ได้ปฏิบัติรับใช้ใกล้ชิดเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) อย่างต่อเนื่อง ทั้งงานภายในกุฏิ การปรนนิบัติ และการร่วมพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดสร้างพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ ซึ่งท่านมีความสนใจศึกษาอย่างลึกซึ้ง
ด้วยความรู้ความสามารถและความใกล้ชิด จึงได้รับการแต่งตั้งเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูฐานานุกรมในเจ้าประคุณสมเด็จฯ ตามลำดับ ได้แก่ พระครูพิศาลสรคุณ พระครูญาณวิสุทธิ และพระครูวินัยกรณ์โสภณ
ภายหลังจากเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ พระครูหนูได้ลาสิกขาในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ และเข้ารับราชการในกรมศิลปากร แผนกคลัง จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ
ในชีวิตครอบครัว นายนิรันดร์ได้สมรสกับนางสมจิตต์ แดงวิจิตร (จ๋วนสุวัฒน์) มีบุตรธิดารวม ๖ คน ได้แก่
๑. นางอัมพร โสวัตร (ถึงแก่กรรม)
๒. นางสาวจันทนา แดงวิจิตร
๓. พันอากาศเอกสมโภชน์ แดงวิจิตร
๔. นางสาวอุษา แดงวิจิตร
๕. นายธเนศ แดงวิจิตร
๖. ดาบตำรวจแสงเพชร แดงวิจิตร
หลังเกษียณอายุราชการ ท่านเป็นผู้มีฝีมือในการตบแต่งพระกริ่งอย่างยอดเยี่ยม เป็นที่ยอมรับในวงการ ทำให้มีศิษย์และผู้เคารพนับถือมาขอความเมตตาให้ช่วยตกแต่งพระกริ่งอยู่เสมอ
ในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ฝั่งธนบุรี และเมื่อวัดสุทัศน์มีพิธีสำคัญ เช่น พิธีพุทธาภิเษก หรือพิธีหล่อพระระดับประเทศ ท่านมักได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นบัณฑิตในพิธีอยู่เป็นประจำ
นอกจากนี้ ท่านยังจัดงานไหว้ครูเป็นประจำทุกปีในวันเพ็ญ เดือน ๑๒ ซึ่งตรงกับวันประสูติของเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ผู้เป็นอาจารย์ของท่าน
ในช่วงบั้นปลายชีวิต ท่านมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้หวัดและโรคแทรกซ้อนหลายประการ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธนบุรีเป็นระยะ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๑๘.๐๖ น. นายนิรันดร์ แดงวิจิตร ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ รวมอายุ ๑๐๐ ปี ๕ เดือน ๓ วัน
การจากไปของท่านนำมาซึ่งความอาลัยยิ่งแก่ครอบครัว ญาติมิตร และลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านได้สั่งสมมาตลอดชีวิต จงเป็นปัจจัยนำดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ
ที่มา: จันทนา แดงวิจิตร
![]()








![พระกริ่ง หลวงพ่อพุธ ฐานิโย เนื้อนวโลหะผสมทองคำแท้ ก้นเงิน วัดป่าสาลวัน นครราชสีมา ปี2539 พร้อมตลับเนื้อ เหรียญ25สตางค์ แกะมือไม่ลอกไม่ดำ รับพร รับทรัพย์ กับพระกริ่งขุมทรัพย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธ เป็นศิษย์ทั้งหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านชำนาญเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน เมื่อออกปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว จึงเกิดอิทธิฤทธิ์อย่างอัศจรรย์ ญาณหยั่งรู้ของท่าน ไม่ธรรมดา ไม่มีอะไรปิดบังได้ อำนาจจิตของท่าน ยิ่งเหนือโลก เหนือธรรมดา พระกริ่งรุ้นนี้ หลวงพ่ออธิษฐานอย่างเต็มกำลังเมื่อปี ๒๕๓๙ จึงไม่แปลกที่พระกริ่งรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์ ครอบจักรวาล ถือเป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อพุธอนุญาติให้จัดสร้างด้วยเหตุที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่ให้สร้างวัตถุมงคลอีกต่อไป รุ่นขุมทรัพย์ เป็นรุ่นสุดท้าย ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ ปลุกเสกเดี่ยว ตั้งเเต่เสาร์ ๕ ตลอดไตรมาส ปี ๒๕๓๙ หลวงพ่อพุธ เททองเนื้อนวะผสมทองคำเเท้ หลอมรวม ได้ชื่อเรียก "ขุมทรัพย์" เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์บารมีเข้มขลัง บันดาลความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสุข ความเจริญโชคลาภ และความเจริญวัฒนาตลอดไป ที่อุโบสถ วัดป่าสาลวัน จังหวัด นครราชสีมา วันพุธที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๓๙ พระชัยวัฒน์ เสาร์ ๕ รุ่น ขุมทรัพย์ พระรุ่นนี้ทั้งชุดเด่นเรื่อง โชคลาภ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านมีนามเดิมว่า พุธ อินทรหา ท่านเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ณ บ้านหนองหญ้าเส้ง ตำบลสันประดู่ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ ในช่วงอายุได้ 4 ขวบ มารดาได้ถึงแก่กรรม บิดามีความเสียใจเป็นอันมากจึงนำท่านย้ายมาอยู่บ้านเกิดของบิดาที่ หมู่บ้านโคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร อุปสมบท ในช่วงวัยเยาว์ ท่านได้ออกศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลวัดไทรทอง ท่านได้เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงได้ลาออกมาแล้วบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2479เมื่อมีอายุได้ 15 ปี ที่วัดอินทร์สุวรรณ บ้าน โคกพุทรา ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยมีท่าน พระครูวิบูลย์ธรรมขันธ์ เจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์เป็นพระบรรพชาจารย์ เรียนรู้ธรรม หลังจากบรรพชาแล้ว ท่านก็อาศัยอยู่กับท่านพระครูโพธิภูมิไพโรจน์นั่นเอง ท่านได้รับเมตตา จากพระอาจารย์ให้ได้ศึกษาทางด้านปริยัติธรรมด้วย และในพรรษาแรกนี้เอง สามเณรพุธสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี[2] และเริ่มรับการฝึกอบรมด้าน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จากท่านพระอาจารย์เสาร์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปีพ.ศ. 2483 ท่านพระอาจารย์เสาร์ ได้พาหลวงพ่อไปฝากตัวเป็นศิษย์พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺโญ) ณ วัดปทุมวนาราม (วัดสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งหลวงพ่อได้จำพรรษาเรื่อยมาจนอายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2485 ณ วัดแห่งนี้ หลวงพ่อได้ปฏิบัติศาสนกิจช่วยงานพระศาสนาตลอดมา[3] และในช่วงสงครามแปซิฟิก ท่านได้อพยพกลับไปจำพรรษาที่วัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี และท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนั้นจนถึงปี พ.ศ. 2489 ระหว่างนั้นท่านเกิดอาพาธเป็นวัณโรคอย่างหนัก ต่อมาท่านได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และท่านก็ได้ช่วยรักษาโดยการสอนให้เพ่งอาการ 32 โดยให้พิจารณาถึงความตายให้มากที่สุด ทั้งยัง คอยให้กำลังใจกับท่านตลอดเวลา[4] จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2513[5] ท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ในระยะเวลาที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างไม่หยุดยั้ง และทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายธรรม สร้างคุณประโยชน์ต่อศาสนามากมาย[6] และได้สร้างโรงเรียนราชอุปถัมภ์ สร้างอาคารให้เด็กนักเรียน[7] มอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงาน ราชการต่างๆ – นอกจากนี้ท่านยังช่วยจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลเสมอๆ – อีกทั้งยังมอบทุนสนับสนุนการก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาล มหาราช จังหวัดนครราชสีมา – รวมทั้งมอบทุนสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อีกด้วย ละสังขาร หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 รวมสิริอายุได้ 78 ปี พลศรีทอง พระเครื่อง โดย บู เชียงราย web (main) พระเครื่อง : บู เชียงราย ร้านพลศรีทอง พระเครื่อง Web ( มุมพระ) : มุมพระ https://www.mumpra.com/shop.php?shopid=507 Facebook : https://www.facebook.com/ponsrithong/ This amulet get a lifelong warranty. If you are audited there was spurious. My shop (Ponsrithong Amulet) Refund the full amount lifelong. And in the future if you want to sell amulet with the warranty card. The Center amulet welcomes to buy in the market price of 20%. by bule chiangrai +66877124640](https://ponsrithong.com/wp-content/uploads/2021/03/90-300x300.jpg)
Reviews
There are no reviews yet.