ลูกสะกด หลวงพ่อเนียม วัดน้อย เนื้อตะกั่ว

฿8,000.00

โทร : 087 – 712 -4640 

ID.LINE busoftware52
#พระทุกองค์มีบัตรรับประกันจากร้านพลศรีทอง

ลูกสะกด หลวงพ่อเนียม วัดน้อย เนื้อตะกั่ว


 หลวงพ่อเนียม วัดน้อย จ.สุพรรณบุรี ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดครูบาอาจารย์ เป็นอาจารย์ใหญ่ของพระเถราจารย์ของเมืองสุพรรณบุรี หลวงพ่อเนียมท่านเป็นอาจารย์ของ หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน และ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หรือแม้แต่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสเทโว) วัดสุทัศน์เทพวราราม หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อทับ วัดทอง ยังให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อเนียม ตามคำบอกเล่าสันนิษฐานกันว่าหลวงพ่อเนียมท่านเคยไปพำนักจำพรรษาและ ศึกษาวิชาความรู้จากวัดระฆังโฆษิตาราม โดยเรียนทางด้านวิปัสสนาธุระกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมฺรังษี) อีกด้วย สุดท้ายท่านก็ย้ายมาจำพรรษาอยู่วัดน้อย จ.สุพรรณบุรี ท่านมรณภาพในลักษณะคล้ายพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ชึ่งนับเป็นพระสงฆ์องค์แรกของประเทศไทย ที่มรณภาพในท่านี้

หลวงพ่อเนียมท่านได้สร้างพระไว้จำนวนไม่มากนัก พิมพ์ทรงแบบชาวบ้านสุดๆทั้งตื้นและไม่สวยงามนัก โดยมากสร้างด้วยเนื้อตะกั่ว และต้องถือว่าเป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วที่แพงที่สุด และแพงมานานแล้ว เนื่องด้วยนักสะสมรุ่นเก่าๆเค้าเชื่อในพุทธคุณของพระเครื่องที่สร้างโดยหลวงพ่อเนียม

ลูกสะกด หลวงพ่อเนียม วัดน้อย สุพรรณบุรี เนื้อตะกั่ว ปี 2430-2452 แท้ดูง่าย มาตรฐานสากลตัวจริง เสียงจริง หาไม่ง่ายนะครับ

  ลูกสะกดนับเป็นเครื่องรางอย่างหนึ่ง ที่มีการสร้างกันมาแต่โบราณ และเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก มีอานุภาพเชื่อกันว่าสะกดทัพได้ทีเดียว ถ้าใช้ไปในทางบู๊ สะกดให้หลับใหลไม่ได้สติ แต่ถ้าใช้ในทางเสน่ห์ เมตตามหานิยม ก็จะทำให้ผู้คนหลงใหลได้ปลื้ม เป็นที่ชื่นชอบรักใคร่ของคนทั่วไป หรือแล้วแต่ประสงค์จะให้บังเกิดผล เช่น สะกดสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล สะกดเคราะห์กรรมต่างๆ ที่มาเบียน, สะกดโรคร้าย โรคระบาดให้หมดไป สะกดวิญญาณ ขับไล่ภูติผีปีศาจ ฯลฯ
ลูกสะกดมีขนาดที่ใกล้เคียงกับลูกอม ส่วนมากทำลักษณะคล้ายกับลูกรักบี้ แต่ตัดหัวท้ายออก มีรูสำหรับร้อย บางท่านเรียงเป็นประคำลูกสะกด หรือนำมาร้อยเป็นพวง ๙ ลูก เรียกว่า ลูกสะกดนวหรคุณ แต่ที่นิยมมากๆ ต้องเป็นลูกสะกดโทน คนสมัยก่อนนิยมอมไว้ในปากเวลา คราวคับขัน
 ลูกสะกด หลวงพ่อเนียม สร้างด้วยเนื้อตะกั่วผสมปรอท เนื้อเดียวกับพระเครื่องของท่านที่มีอยู่หลายพิมพ์ เช่น พิมพ์เศียรโล้น พิมพ์เศียรแหลม พิมพ์งบน้ำอ้อย พิมพ์พระประธานเล็ก-ใหญ่ พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ ฯลฯ เป็นที่โดงดังทั้วสารทิศ เป็นที่รู้จักทั้งในและนอกวงการพระเครื่อง ว่ามีคุณวิเศษมากมายในด้านแคล้วคลาด คงกระพัน และเมตตามหานิยม
โดยการสร้างพระในสมัยก่อน การทำปรอทให้แข็งไม่ใช่ของง่ายนัก ว่ากันว่าต้องใช้คาถาอาคม ทั้งต้องทำในฤดูฝนฤดูเดียวเท่านั้น เพราะพืชบางอย่าง เช่น ใบแตงหนู ซึ่งขึ้นในท้องนา จะขึ้นในฤดูฝน ส่วนผสมต่างๆ มีใบสลอด, ข้าวสุก หลวงพ่อท่านเอาของสามอย่างมาโขลกปนกัน เพื่อไล่ขี้ปรอทออกให้หมด ทั้งนี้เพื่อให้ได้ปรอทขาวที่สุด การโขลกจะต้องโขลก และกวนอยู่ถึง ๗ วัน จึงจะเข้ากัน พอครบ ๗ วันเอาไปตากแดดเสร็จ แล้วนำเอาไปกวนต่อจนเข้ากันดี จึงทำการแยกชั่งเป็นส่วนๆ ส่วนละหนึ่งบาทต่อจากนั้นเอาไปใส่ครกหิน เติมกำมะถัน และจุนสีโขลกตำให้เข้ากัน โดยใช้เวลาทำตอนกลางคืนเท่านั้น ทำเช่นนั้นอยู่ ๓ คืน จึงเอาปรอทใส่ลงไปในกระปุกเหล้าเกาเหลียง ผสมกับตะกั่วเอาเข้าไฟสุมอยู่ถึง ๗ วัน บางครั้งอุณหภูมิสูงจัด กระปุกเหล้าเกาเหลียงแตกเสียหายก็มี การสุมไฟสุมเฉพาะเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืน ทำพิธีปลุกเสกด้วยคาถาอาคม พอครบ ๗ ไฟ เทลงในแม่พิมพ์จึงจะได้พระตามที่ต้องการ
   สำหรับลูกสะกดนั้น ว ท่านจะลงด้วยพระคาถาหัวใจนวหรคุณ คือ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ และพระยันต์ต่างๆ ๑๐๘ แล้วเสกกำกับ จากนั้นจึงนำไปสุมไฟ แล้วเทรีดเป็นแผ่นอีก ทำอย่างนี้ติดต่อกัน ๗ ครั้ง หรือ ๗ ราตรี จึงจะนำมาเทลงในแม่พิมพ์ เมื่อแข็งตัวดีแล้วก็จะลงเหล็กจารกำกับอีกทีหนึ่ง
คาถาอาราธนาลูกสะกด
อิติพันธะเกษามะอะอุ พันธะโลมาจะภะกะสะพันธะนักขามะนะนพะทะ พันธะทันตากระมะถะ พันธะตะ โจอิสวาสุ พันธะนังสังจิปีเสดิ พันธนะหะรูหะรูสุวิสังอะ พันธะอัฐิทุสะมะนิ พันธะอัตถิมินชังนะสังสิโม พันธะวักกังปะวะอะปะ ทิมะสังอังขุ นะมะอะอุ นะมามิหัง สิทธิเตชัง สิทธิวาจัง กายะพันธะนัง องคะพันนธะนัง สารพัดสิทธิ ภะวันตุเมฯ
คาถานี้ให้ตั้งนะโมฯ 3 จบก่อน แล้วยกลูกสะกดขึ้นจดเหนือหน้าผาก จึงค่อยภาวนาพระคาถาให้จบบท สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วผ่อนออก และเมื่อเวลาจะคาดเข้าเอวให้ภาวะนาพระคาถานี้จนกว่าจะผูกเงื่อนเสร็จให้ภาวนาดังนี้ “อิมังกะยะพันธะนังอธิษฐานมินะมะพะทะ”

 64 total views,  1 views today

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “ลูกสะกด หลวงพ่อเนียม วัดน้อย เนื้อตะกั่ว”

Your email address will not be published.